วิธีการเก็บรักษาน้ำนมแม่ เก็บอย่างไรให้สต๊อกนมได้นานๆ

คุณแม่ทุกท่านต่างทราบดีว่าน้ำนมแม่เป็นอาหารที่ทรงคุณค่าและมีประโยชน์สูงสุดสำหรับลูกน้อย แต่ด้วยภาระหน้าที่ของคุณแม่หลาย ๆ ท่านทำให้ไม่สามารถให้นมลูกน้อยได้ตลอดเวลา ดังนั้นการเก็บรักษาน้ำนมแม่จึงเป็นทางเลือกที่คุณแม่ส่วนใหญ่เลือกใช้ ซึ่งจะมีวิธีการเก็บอย่างไรเราจะพาคุณไปดูกัน

 

ความจำเป็นในการเก็บรักษานมแม่ของคุณแม่ 3 ประเภท

  1. คุณแม่ Full Time เป็นคุณแม่ที่สามารถให้ลูกน้อยดื่มน้ำนมสดจากเต้าได้อย่างเต็มที่ ส่วนนี้เราจึงแนะนำให้เก็บสต็อกน้ำนมแม่ตามความจำเป็นเท่านั้น เพราะน้ำนมแม่สดจัดเป็นน้ำนมที่ทรงคุณค่าทางสารอาหาร ยิ่งเก็บน้ำนมแม่ไว้นานมากเท่าไรก็อาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลงไปด้วย ทำให้น้ำนมแม่สดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของลูกน้อย
  2. คุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานในแต่ละวัน ซึ่งต้องห่างจากลูกน้อยวันละประมาณ 8 – 12 ชั่วโมง คุณแม่ประเภทนี้ควรปั๊มนมให้เพียงพอต่อการดื่มของลูกน้อยในแต่ละวันเพื่อให้ลูกน้อยยังคงได้รับน้ำนมที่สดใหม่อยู่เสมอ
  3. คุณแม่ที่ต้องทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศซึ่งต้องห่างจากลูกน้อยเป็นเวลานาน คุณแม่ประเภทนี้ต้องทำการวางแผนการสต็อกน้ำนมไว้เป็นอย่างดีและควรทำการปั๊มน้ำนมเก็บรักษาไว้ทันทีเมื่อคุณแม่พร้อม เพื่อให้ลูกน้อยไม่พลาดโอกาสการได้รับน้ำนมที่ทรงคุณค่าทางโภชนาการ

 

อุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บน้ำนม

น้ำนมแม่สามารถแก็บได้หลากหลายอุณหภูมิ ซึ่งก็จะส่งผลต่อระยะเวลาที่สามารถเก็บไว้ได้ ในส่วนนี้จะช่วยให้คุณแม่ใช้ในการวางแผนการสต็อกน้ำนมได้ ดังนี้

  1. การเก็บน้ำนมไว้ที่อุณหภูมิ 27 – 32 องศาเซลเซียส หรือ ที่อุณหภูมิห้อง ส่วนนี้คุณแม่สามารถเก็บรักษาน้ำนมไว้ได้เป็นเวลา 3 – 4 ชั่วโมงหลังจากที่ปั๊มออกมาจากเต้า
  2. การเก็บน้ำนมไว้ที่อุณหภูมิ 16 – 26 องศาเซลเซียส หรือ ที่อุณหภูมิห้องแอร์ ส่วนนี้คุณแม่สามารถเก็บรักษาน้ำนมไว้ได้เป็นเวลา 4 – 8 ชั่วโมงหลังจากที่ปั๊มออกมาจากเต้า
  3. การเก็บน้ำนมไว้ที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส หรือ การเก็บน้ำนมแม่ไว้ในกระติกน้ำแข็ง ส่วนนี้คุณแม่สามารถเก็บรักษาน้ำนมไว้ได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากที่ปั๊มออกมาจากเต้า
  4. การเก็บน้ำนมไว้ที่อุณหภูมิ 0 – 4 องศาเซลเซียส หรือ การเก็บน้ำนมแม่ไว้ในตู้เย็น ส่วนนี้คุณแม่สามารถเก็บรักษาน้ำนมไว้ได้เป็นเวลา 3 – 5 วัน หลังจากที่ปั๊มออกมาจากเต้า ในส่วนของการเก็บน้ำนมไว้ในตู้เย็นนั้นควรเก็บไว้บริเวณด้านในสุดของตู้เย็นเพราะอุณหภูมิจะคงที่มากที่สุด
  5. การเก็บน้ำนมไว้ที่อุณหภูมิ -15 องศาเซลเซียส หรือ การเก็บน้ำนมแม่ไว้ในตู้แช่แข็ง ส่วนนี้คุณแม่สามารถเก็บรักษาน้ำนมไว้ได้เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  6. การเก็บน้ำนมไว้ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส หรือ การเก็บน้ำนมแม่ไว้ในตู้แช่แข็ง ส่วนนี้คุณแม่สามารถเก็บรักษาน้ำนมไว้ได้เป็นเวลา 3 – 6 เดือน
  7. การเก็บน้ำนมไว้ที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส หรือ การเก็บน้ำนมแม่ไว้ในตู้แช่แข็งชนิดพิเศษ ส่วนนี้คุณแม่สามารถเก็บรักษาน้ำนมไว้ได้เป็นเวลา 6 – 12 เดือน

 

เคล็ดลับการเก็บรักษาน้ำนมแม่

นอกจากส่วนของอุณหภูมิและระยะเวลาในการเก็บรักษานมแม่แล้ว ก็ยังมีเคล็ดลับอื่น ๆ ที่ช่วยให้คุณค่าทางโภชนาการของน้ำนมแม่ยังคงอยู่ได้อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเคล็ดลับดังกล่าวก็มีดังนี้

  1. อุปกรณ์ที่ใช้ในการปั๊มนมและการเก็บรักษาน้ำนมแม่ต้องสะอาดและปราศจากเชื้อ
  2. ล้างมือให้สะอาดก่อนการปั๊มนมเสมอ
  3. ไม่ควรเก็บน้ำนมแม่ปะปนกับอาหารชนิดอื่น ๆ เพราะอาจมีการปะปนของกลิ่นอาหารชนิดอื่นมาสู่น้ำนมแม่ที่เก็บไว้ได้

บทความข้างต้นจัดเป็นเทคนิคเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่และคุณแม่ที่ผ่านการมีลูกน้อยมาแล้วสามารถวางแผนการปั๊มนม การเก็บรักษาน้ำนมแม่ การสต็อกนมแม่ ได้เป็นอย่างดี และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นน้ำนมแม่สดจัดเป็นน้ำนมแม่ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุด คุณแม่จึงควรวางแผนให้ลูกน้อยได้ดื่มน้ำนมแม่สดจากเต้าบ้าง เพราะการดื่มน้ำนมแม่สดจากเต้าไม่เพียงแต่เป็นการมอบคุณค่าทางโภชนาการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกน้อย แต่ยังเป็นการเสริมสายใยรัก สายใยความผูกพันธ์ระหว่างคุณแม่และลูกน้อยอีกด้วย

 

 

 

 

Tags

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *