อาหารเสริมทางการแพทย์คืออะไร? ควรใช้หรือไม่?

เมื่อใดที่ร่างกายก็เริ่มเกิดภาวะขาดสารอาหารและพลังงานแบบ เรื้อรัง จนทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา เมื่อนั้นการใช้อาหารทางการแพทย์จะเริ่มมามีบทบาทสำคัญทันทีเพราะเป็นอาหารประเภทที่จะรวมทุกสารอาหารไว้ในหนึ่งเดียว พร้อมการถูกทำขึ้นอย่างเหมาะสมต่อผู้ป่วยในแต่ละโรค โดยจะเป็นการ โรงอาหารตาม สูตรของแพทย์ ที่จะมีการเสริมด้านวิตามินแร่ธาตุและสารอาหารไว้อย่างสมดุลไม่มีส่วนใดมากหรือน้อยเกินไป เมื่อรับประทานแล้วผู้ป่วยจะกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงอีกครั้ง

ทำความรู้จักอาหารเสริมทางการแพทย์

อาหารเสริมทางการแพทย์ หรือที่ถูกเรียกว่า Medical Food จะเป็นอาหารที่ถูกควบคุมโดยแพทย์ผู้ที่เป็นเจ้าของอาการ  ถูกทำขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรับสารอาหารอย่างถูกต้อง พร้อมการจัดทุกสารอาหารให้เกิดความสมดุลกันมากที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วจะมาในรูปแบบของอาหารสำเร็จรูปที่จะต้องให้ผู้ป่วยผ่านทางสายยางหรือสายอาหาร เนื่องมาจากผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เอง อาจจะได้รับอาหารตามปกติที่มีสารอาหารไม่เพียงพอต่อความ ต้องการของร่างกาย จึงทำให้โรคที่เป็นอยู่ทรุดหนักลง

สูตรอาหารเสริมทางการแพทย์ จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญ เพื่อทำให้สภาวะของโรคคงตัวและร่างกายยังคงสามารถอยู่ได้จากสารอาหารที่มีความครบถ้วน แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น จึงจะสามารถนำมาให้กับผู้ป่วยได้ โดยจะถูกแบ่งออกเป็น

  • สูตรอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
  • สูตรอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเฉพาะ หรือที่ถูกเรียกว่าโภชนาการไม่สมบูรณ์
  • สูตรอาหารสำหรับผู้ที่มีระบบเผาผลาญทั่วไป
  • สูตรน้ำที่สามารถดื่มได้ทั้งปาก

สำหรับสูตรอาหารพิเศษจะถูกทำขึ้นเพื่อช่วยลดอาการแพ้ จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคเบาหวานหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะ เนื่องจากต้องเป็นอาหารที่สามารถป้องกันการแพ้ การติดเชื้อ และช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ลงได้เป็นอย่างดี ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ เมื่อรับประทานไปแล้ว ซึ่งอาหารเสริมทางการแพทย์นั้นจะไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เพราะถือเป็นอาหารที่มีเงื่อนไขเฉพาะของการผลิตขึ้น

ใครที่เหมาะต่อการใช้อาหารเสริมทางการแพทย์

ผู้ที่เหมาะต่อการใช้งานอาหารเสริมทางการแพทย์ คือ ผู้ที่แพทย์ได้วินิจฉัยมาแล้วว่าต้องได้รับอาหารพิเศษ ไม่สามารถรับประทานอาหารตามธรรมชาติได้ เป็นผู้ป่วยที่มีภาวะความเจ็บป่วยรุนแรง จนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รับโภชนาการตามปกติไม่ได้ รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะรับโภชนาการมาไม่เพียงพอ มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหารหรือโรคไต ดังนั้นอาหารเสริมทางการแพทย์จึงจะมาเป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้ร่างกายสามารถรับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้โดยตรง ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง สนับสนุนให้การรักษาโรคเป็นไปอย่าง เหมาะสมและถูกต้อง แต่จะไม่ใช่ยา จึงไม่มีส่วนในการรักษาใด ๆ เพียงแค่เสริมให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและเหมาะสมที่สุดเท่านั้น จึงทำให้การรักษาของแพทย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่างกายมีการตอบสนองต่อยาและการรักษา ดีกว่าเดิม

การรับประทานอาหารเสริมทางการแพทย์ ต้องมีการควบคุมหรือไม่

ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นเรื่องของอาหารเสริมทางการแพทย์ จะถูกดูแลจากแพทย์ผู้ที่เป็นเจ้าของอาการเท่านั้น จึงต้องมีการควบคุมให้สารอาหารต่าง ๆ มีปริมาณที่พอเหมาะต่อผู้ป่วย ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะหาซื้อได้ทั่วไป ต้องได้รับการรักษา จากแพทย์และผ่านการวินิจฉัยมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยแพทย์ผู้เป็นเจ้าของอาการจะเป็นผู้สั่งอาหารประเภทนี้ให้ถูกผลิตขึ้นโดยเฉพาะ แต่การควบคุมนั้นจะเป็นทางแพทย์และโรงพยาบาลที่รักษาโดยตรง พร้อมการต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ US-FDA เท่านั้น เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนเพื่อควบคุมจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เนื่องมาจากการเป็นสูตรเฉพาะที่จะต้องปรับใช้กับสภาพของผู้ป่วย ซึ่งการจัดทำอาหารเสริมทางการแพทย์ที่ตรงตามจุดประสงค์ของ US-FDA คือ

  • การสร้างสูตรเฉพาะ ให้สามารถใช้ได้ทั้งทางปากและทางสายยาง
  • ใช้ได้เฉพาะกับผู้ที่มีสภาพผิดปกติ มีโรคประจำตัวที่จำเป็นจะต้องได้รับโภชนาการอย่างเคร่งครัด
  • ทุกส่วนผสมของอาหารจะต้องมีความปลอดภัย และมีความสะอาดตามมาตรฐานสากล
  • ฉลากจะต้องระบุรายละเอียดต่าง ๆ รวมไปถึงขั้นตอนการผลิต จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของ FDA เท่านั้น และจะต้องมีการระบุข้อความไว้ชัดเจน คือ การใช้ต้องอยู่ภายในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น
  • ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางการแพทย์ จะต้องไม่กล่าวอ้างด้านการรักษาหรือการช่วยป้องกันโรคอย่างเด็ดขาด
  • ผลิตภัณฑ์จะถูกใช้เพียงแค่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ป่วยเท่านั้น

สำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติ ไม่ได้เป็นโรคใด ๆ หรือเป็นโรคเรื้อรังแต่อยู่ในการรักษาและการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง พร้อมการมีสุขภาพที่ดีตามปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมทางการแพทย์ เพราะถ้าสามารถรับประทานอาหารได้เอง มีการเคี้ยวกลืนได้ดี การรับประทานอาหารปรุงสดย่อมดีกว่าแน่นอน

 

Tags

Comments are closed