อาหารเสริมแคลเซียม บำรุงกระดูก-ฟัน ดีจริงหรือไม่?

แน่นอนว่าการทานอาหารเสริมแคลเซียมเป็นการดูแลด้านสุขภาพของกระดูกได้อย่างดีมาก ๆ ถึง 99% ของแคลเซียมจะอยู่ในร่างกายของกระดูกและฟัน ส่วนที่เหลือจะช่วยควบคุมการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายให้สมดุล สามารถช่วยป้องกันของโรคกระดูกพรุน เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงขึ้นได้ เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะ กระดูกและโครงสร้างของร่างกาย แหล่งอาหารของแคลเซียมก็จะมีทั้งนม, เต้าหู้  และผักที่มีแคลเซียมสูงที่มีออกซาเลตต่ำ อาหารเสริมประเภทแคลเซียมบอกเลยว่าทานเห็นผลได้จริง ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรงขึ้นอีกด้วย ส่วนอาหารแคลเซียมมีอะไรบ้างนั้นบทความนี้มีคำตอบ

  • แคลเซียมคาร์บอเนต สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ ร้อยละ 10-20 เปอร์เซ็นต์
  • แคลเซียมซิเตรท ตัวนี้จะมีแคลเซียมอยู่ร้อยละ 21 เปอร์เซ็นต์ แต่จะมีการดูดซึมที่น้อย
  • แคลเซียมแอลทรีโอเนต มีแคลเซียมอยู่ร้อยละ 13 เปอร์เซ็นต์ ดูดซึมได้ดีถึง 90-10 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้นแนะนำว่าให้เลือกเหมาะกับสภาพร่างกายของตนเอง ว่าสามารถดูดซึมได้มากน้อยแค่ไหน เพราะอาจจะทำให้คุณนั้นท้องอืดและท้องผูกได้

เลือกทานแคลเซียมอย่างไรให้ได้ผลดี

สำหรับใครที่อยากจะทานอาหารเสริมแคลเซียม ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นมาใหม่อยู่มากมาย สิ่งนี้แหละที่เป็นปัญหาหลักในการเลือกทานอาหารเสริม เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ไหนที่ทานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยได้มากที่สุด แต่ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะวันนี้จะมาแนะนำวิธีการเลือก เริ่มจากปริมาณของแคลเซียมที่เราต้องการในแต่ละวัน ซึ่งโดยทั่วไปคนเราต้องการแคลเซียมอยู่ที่ 800-1,000 มิลลิกรัม

สำหรับผู้สูงอายุก็ต้องการแคลเซียมที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน จริงแล้วแคลเซียมนั้นจะอยู่ในอาหารที่เรารับประทานกันอย่างเป็นประจำ เช่น กุ้งแห้ง, ปลาเล็กปลาน้อย และอาหารที่ทานได้ทั้งเปลือก พอทานเข้าไปแล้วก็จะทำให้ได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้น รวมไปถึงพวกผักต่าง ๆ เช่น คะน้า และผักทั่ว ๆ ไป จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เมื่อได้ทราบปริมาณของแคลเซียมที่ต้องการแล้ว เราก็จะมาเลือกรูปแบบและเกลือแคลเซียมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะยกตัวอย่างได้ดังนี้

1.Calcium carbonate

เป็นแคลเซียมรุ่นแรกที่ออกจำหน่าย ตัวนี้สามารถแตกตัวได้ประมาณ 40% เช่น ใน 1 เม็ด 1,000 มิลลิกรัม ก็จะได้ปริมาณที่มีแคลเซียมอยู่ที่ 400 มิลลิกรัม แต่สามารถดูดซึมได้เพียง 10-20% เท่านั้น ซึ่งเป็นการดูดซึมที่น้อยมาก แคลเซียมชนิดนี้จะต้องทานพร้อมอาหาร เพราะต้องอาศัยกรดในการดูดซึม หรือทานหลังอาหารได้อย่างน้อยไม่เกิน 1 ชั่วโมง สิ่งที่ต้องระวังหากไม่ดูดซึม คือ อาการท้องอืด

2.Calcium citrate

ตัวนี้สามารถดูซึมเข้าสู่ร่างกายได้เป็นอย่างดีถึง 50% ทานตอนท้องว่างได้ไม่จำเป็นต้องทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร รับประทานได้อย่างง่าย ๆ

3.Calcium L-threonate

สกัดจากข้าวโพด ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างดียิ่งขึ้นถึง 90% ไม่จำเป็นต้องทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร สามารถทานตอนท้องว่างได้เลย ถือว่าเป็นแคลเซียมที่ลดผลข้างเคียงในเรื่องของท้องอืดได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว
ในการเลือกซื้อแนะนำว่าให้ดูเลขที่จดแจ้งให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคการเลือกผลิตภัณฑ์ง่าย ๆ หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

เรื่องที่ควรรู้ก่อนทาน แคลเซียม

แคลเซียมคือแร่ธาตุมีประโยชน์ต่อกระดูกและฟัน การเสริมแคลเซียมขึ้นกับว่าแต่ละคนต้องการปริมาณเท่าไร วัยเด็กเป็นวัยที่ต้องการแคลเซียมที่สูงพัฒนาสร้างเสริมกับกระดูกและฟัน ตามมาด้วยวัยหนุ่มสาวควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอสม่ำเสมอเพื่อการเสริมสร้างมวลกระดูกของร่างกาย ส่วนผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีการสลายตัวของกระดูกมากกว่าการเสริมสร้างกระดูก ร่างกายสามารถสะสมแคลเซียมได้น้อย

ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับกระดูกได้ และผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนได้สูง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนการสร้างวิตามินดีน้อยลง และสุดท้ายนี้ก็คือ หญิงที่ต้องครรภ์และให้นมบุตร แคลเซียมจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาโครงสร้างกระดูกของทารกในครรภ์ และรักษาความหนาแน่นของกระดูกได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องของกระดูกและฟัน ลองหาผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้นมาทาน อาจจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ต่อสุขภาพร่างกายของคุณได้เป็นอย่างดี เพียงแค่เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตัวเองเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

Tags

No responses yet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *