1.ต้องการซื้อเสริมเรื่องใด

การรับประทานอาหารเสริม ช่วยบำรุงสุขภาพให้เกิดความแข็งแรงได้จริง เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความต้องการสารอาหารที่ไม่เหมือนกัน และการรับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตของร่างกายก็ต่างกัน จึงทำให้ผู้คนส่วนมากที่ไม่ได้ดูแลตัวเอง หันมารับประทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น แต่จะมีคนอีกบางส่วนที่จำเป็นจะต้องรับประทานอาหารเสริม  เช่น ผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารชนิดต่าง ๆ หรือผู้ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ จึงต้องการที่จะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อร่างกาย เป็นต้น ซึ่งอาหารเสริมที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคยุคปัจจุบัน คือ

  • วิตามินบี ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมทำงานในแต่ละวัน ถ้าหากเกิดขาดวิตามินนี้ จะทำให้ร่างกายรู้สึกถึงความอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงได้
  • วิตามินเอ จะช่วยในการบำรุงสมองและระบบประสาทให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ถ้าขาดวิตามินนี้อาจเกิดโรคโลหิตจาง, มือเท้าชา และปากนกกระจอก
  • วิตามินซี ช่วยในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย และไม่ทำให้เป็นไข้หวัดได้ง่าย แต่หากขาดวิตามินนี้ ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันเชื้อโรคต่ำ
  • วิตามินดี ถือเป็นวิตามินที่ดีต่อร่างกายของเรามาก เพราะช่วยดูดซับแคลเซียมสู่ร่างกายได้โดยตรง แต่ถ้าหากขาดวิตามินี้ไป จะส่งผลโดยตรงกับกระดูกภายในร่างกายได้เช่นกัน
  • ธาตุเหล็ก ช่วยป้องการอาการอ่อนเพลียจากการทำงาน ช่วยเสริมภูมิต้านทานในร่างกาย ถ้าขาดธาตุเหล็กไป จะเกิดสภาวะโลหิตจาง และส่งผลต่อพัฒนาการที่ช้าลงได้
  • แคลเซียม ทำให้กระดูกและฟันของเราแข็งแรง ใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ จะส่งผลให้เป็นตะคริวได้และโรคกระดูกบาง เป็นต้น

2.วิธีการเลือกซื้ออาหารเสริม

การเลือกซื้ออาหารเสริมที่ถูกต้อง อันดับแรกจะต้องดูว่าอาหารเสริมเหล่านั้นมี อย. หรือไม่ และจะต้องจำไว้ว่าอาหารเสริมเป็นเพียงแค่ตัวช่วย ไม่ใช่ยารักษาโรค จึงควรจะรู้ว่าร่างกายของคนเราต้องการสารอาหารอะไรและซื้อให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด เรื่องของผลข้างเคียงสำหรับการรับประทานอาหารเสริม ยังไม่มีหน่วยงานใด ๆ ออกมาการันตีว่ามีผลข้างเคียงที่ชัดเจนคืออะไร แต่ถ้าเกิดมีอาการผิดปกติในร่างกาย แนะนำว่าให้หยุดรับประทานอาหารเสริมนั้น ๆ ทันที แล้วรีบไปพบแพทย์

3.บริโภคอย่างไรให้ปลอดภัย

การรับประทานอาหารเสริมให้ปลอดภัย ควรจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เเชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ซึ่งในแต่ละคนนั้นมีความต้องการสารอาหารและวิตามินที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องรู้ถึงการบริโภคที่ปลอดภัยในปริมาณที่เหมาะสม รวมไปถึงระยะเวลาในการรับประทานและหยุด เพื่อให้ร่างกายได้ขับสารต่าง ๆ ออกมาก  จะต้องศึกษาข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนบริโภคทุกครั้ง และไม่ควรซื้ออาหารเสริมที่ไม่รู้จัก เพื่อมารักษาอาการป่วยของตนเอง แนะนำว่าควรพบแพทย์จะดีกว่า เพราะอาหารเสริมนั้นไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นเพียงอาหารที่ช่วยเสริมสร้างสิ่งที่ร่างกายของคนเรานั้นขาดหายไป

4.คัดแบรนด์ที่ผ่านการรับรอง

ผู้ผลิตอาหารเสริมจะต้องได้การรับรองจาก GMP ซึ่งถือว่ามีความน่าเชื่อถือในระดับสากล และที่สำคัญจะต้องผ่านการรับรองจาก อย. ของประเทศไทย ถึงจะเรียกได้ว่ามีความปลอดภัยในการบริโภคอย่างแท้จริง และควรมีมาตรฐาน HACCP ที่ควบคุมเชื้อและอันตรายทางชีวิภาพ สารปนเปื้อนต่าง ๆ เพราะจะยิ่งเพิ่มปลอดภัยและสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์อาหารเสริมได้อีกทางหนึ่ง

5.มีโรคประจำตัวหรือไม่?

สำหรับคนที่อยากจะหาอาหารเสริมมารับประทาน แต่ตัวเองนั้นมีโรคประจำตัว แนะนำว่าถ้าอยากจะซื้อรับประทานจริง ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะบางครั้งร่างกายอาจจะได้รับสารอาหารที่มากจนเกินไป จึงส่งผลเสียต่อร่างกายได้ สำหรับใครที่รู้ว่าตัวเองไม่มีโรคประจำตัว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพบแพทย์ก่อนที่จะซื้ออาหารเสริมรับประทาน เพียงแต่จะต้องศึกษาข้อมูลที่ต้องการให้มาเป็นอย่างดี ก่อนที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีสารอาหารที่แตกต่างกันออกไปนั้นเอง

6.ทำความเข้าใจผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการรับประทานอาหารเสริม เนื่องจากการรับประทานแบบผิด ๆ หรือได้รับอาหารเสริมมากเกินไปจนตกค้างอยู่ในร่างกายจะส่งผลเสียได้มาก ซึ่งทางที่ดีแล้วควรจะศึกษาข้อมูลว่าร่างกายของตัวเองนั้นขาดสารอาหารอะไรและซื้ออาหารเสริมตัวนั้นมารับประทาน ตามปริมาณที่เหมาะสม สามารถปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรได้ และที่สำคัญไม่ควรที่จะรับประทานอาหารเสริมติดต่อกันนานจนเกินไป

การเลือกซื้ออาหารเสริมจะต้องศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี มีการค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ แนะนำว่าไม่ควรที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตามกระแส เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย การเข้าใจตัวเองว่าร่างกายต้องการอะไร จะช่วยให้การรับประทานอาหารเสริมส่งผลดีและมีประสิทธิภาพมากอีกด้วย

Category
Tags

Comments are closed